Chutima's profileGarn's worldPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Garn's world
|
Thanks for visiting!
October 19 School breakปิดเทอมแว้วววๆๆๆ มี"ฟามสุก"ที่ซู๊ดเลย อิๆๆๆ ว่าแต่ไปเที่ยวที่ไหนดีง่ะ จะนอนเล่นอยู่ที่บ้านก็ธรรมด๊า ธรรมดาไปเนอะ ได้พักทั้งที ต้องมีอะไรพิเศษ
เดือนที่แล้วเป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะมีโอกาสได้เจอลูกศิษย์ที่รักมากๆจากหลายๆรุ่นที่เคยสอน ทุกคนดูมีความสุข เป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ครูยังหน้าเด้ง ใสปิ๊งเหมือนเดิม (แหมๆๆๆ โก่งคออ้วกกันเป็นแถวละสิ) พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองสิคะ เฮ้ย ไม่ใช่ พิสูจน์ด้วย"ตา"คุณเองสิคะ
พรุ่งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะขับรถไปสุราษฎร์ฯ ทายสิว่าจะไปที่ไหน ...(อยากรู้กลับไปอ่าน blog ดูละกัน) ปีที่แล้วไปกะพ่อแม่ เป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ (รึอาจจะดีกว่านั้นถ้า...) เมื่อคืนดู "เจาะใจ" August 11 All I have to do is...เฮ้อ Mission นี้เสร็จซะที เลือดตากระเด็นมั้ย? ก็ไม่อะนะ แค่เซลล์สมองตาย รอยเหี่ยวย่นที่หน้าผาก มือหงิก (หน้าหงิกด้วย เหอๆๆๆ) นั่นแน้ คิดว่าชุติทำไรเหรอคะ โอ๊ย อย่าเดาเลยค่ะ เรื่องแบบนี้"คนนอก"ไม่มีวันเข้าใจหร๊อก มันเป็นเรื่องน่าเศร้ามากๆ กับการที่บุคคลอันเพียบพร้อมด้วยความรู้ความสามารถทางวิชาการนับร้อยนับพัน (รึนับหมื่น) ต้องใช้เวลาคำนวณตัวเลขที่คงไม่มีใครรู้ว่ามันแปลว่าอะไร เช่น 0.033 สำหรับการที่ผู้คนนั่งเผชิญหน้ากัน เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วสุดท้ายก็ออกจากห้องไปด้วยคำถามว่า "วันนี้เราคุยเรื่องอะไรกัน??" รึจะเป็น 0.020 สำหรับการมีคำว่า "กรรมการ" ประดับบารมี (หรือเป็นการ"แบกรับ") รึเลขนี้ 0.011 สำหรับการทุ่มเทแรงกายแรงใจทำกิจกรรมที่เราต่างก็คิดว่าส่งเสริมศักยภาพ "ผู้รับ" ฯลฯ
สองปีที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้วนเวียนอยู่ใกล้ๆ เหมือนวิญญาณหลอนที่ไม่มีวันสูญหายไปจากโลก ถามว่าศักยภาพของคน"ตีค่า"ด้วยตัวเลขได้จริงๆหรือ? ถ้าไม่ เราจะทำไงถึงจะ"เห็นและรู้ค่า"ในสิ่งที่ทุกคนควรเห็นเหมือนๆกัน ประเทศเราจะพัฒนาด้วยตัวเลขพวกนี้หรือเปล่า? ทุกวันนี้ตัวเองและคนรอบข้างใกล้ไร้วิญญาณเข้าไปทุกที ชีวิตมีแต่คำว่า "สอน" "วิจัย" "บริการ" "บริหาร" และอื่นๆอีกร้อยแปดพันอย่าง ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำเหมือนจะต้องยอมรับว่านี่คือชะตากรรม ทำในสิ่งที่จริงๆแล้วเราอาจไม่ได้มีความสุขหรือความรักให้กับมันเลย มันเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆนะ
เมื่อวานขับรถขึ้นไปไหว้พระบนเขา แล้วก็กินข้าวกับเพื่อนๆ ถ้าได้รูปมาเมื่อไหร่จะเอามาให้ดูนะจ๊ะ วินาทีแรกที่ลงจากรถเกิดอาการมึนๆงงๆ ทำไมน่ะเหรอ ก๊อไม่เคยออกจากห้องสี่เหลี่ยมก่อนหกโมงเย็นน่ะสิ เจอลมเย็นๆ ต้นไม้ครึ้มๆ ฟ้าสวยๆ ก๊อเลย
ไหนๆก็ปฏิบัติภารกิจเสร็จไปแล้วตั้งหนึ่งอย่าง ขอเป็นเด็กเกเรซักวันนะ (คิกๆๆๆ) เปล่าเตะหมาเตะแมวที่ไหนนา จะไปดูต้นม้งต้นไม้ตะหาก อยากซื้อไปฝาก "คุณนายเพ็ญ" สงสัยอีกสิว่าใคร ... ก็แม่ไงคะ แม่ผู้เป็นกำลังใจตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ แม่ผู้เป็นอะไรมากมาย จนไม่แน่ใจว่าถ้าวันนึงเกิดจับพลัดจับผลูเป็นกะเค้าบ้าง จะทำได้มั้ยน้อ
วันแม่ แต่อยากบอกว่ารักทั้งพ่อและแม่เลย
July 26 A series of unfortunate eventsเฮ้อ มันช่างเป็นวันที่น่าเศร้าใจจริงๆ ให้ตายเหอะโรบิ้นเอ๊ย (ปล่อยให้อีโรบิ้นตายไปก่อนละกัน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป คราวนี้ใช้เส้นทางใหม่ กะลังจะกลับมหา'ลัย ด้านหน้าคือรถบรรทุกน้ำเก่าๆคันนึง ด้านหลังคือรถกระบะคันใหญ่ (ถ้าชุติซื้อรถแบบนี้ ต้องขอบันไดเป็นของแถมนะฮ่ะ เพราะเกิดมาเตี้ย ปีนขึ้นรถม่ายล่าย) แล้วคุณพี่คันหน้า(อาจมีลูกเมียติดรถมาด้วยรึเปล่า?) ก็เริ่มชะลอ ไอ้เราก็ชะลอด้วยสิ อาจเป็นได้ว่ารถติด แต่เปล่าเลย พี่แกชะลอแล้วก็เบรครถซะเฉยๆ เพื่อจะกลับรถ เปิดไฟเลี้ยวมั้ย? ไม่ต้องถามหรอกฮ่ะ ตอนนั้นสมองสั่งการให้เหยียบเบรคอย่างเดียว แล้วก็หลุดปากออกมาว่า "ว้าย อี(บ้า)นี่ขับรถประสาไร(วะ)" อีคนขับก็เสนอหน้าออกมาเหมือนในโฆษณาเด๊ะเลย แต่ไม่ได้พูดว่า "ขับรถประสาติ๊กคับ" นอกจากจะไม่ได้พูดแล้ว หน้าตาก็แตกต่างกันราวฟ้ากะเหวอีกด้วย เฮ้อ ... สาวเล็กสาวใหญ่ที่ไปด้วยกันชมพี่คนขับใหญ่เล๊ย (คงรู้นะว่าประโช้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด) ถึงตอนนี้ชุติแว๊บมองทางกระจกหลัง เฮ้อ
หนึ่งวันผ่านไป พร้อมๆกับ sense ว่ารึเราจะเจออะไรก่อนวันสำคัญอีกแล้ว ก้อพยามแล้วนะ พยามระวัง แต่ก็...เช้านี้ถอยรถ ช้าๆนิ่มๆ แล้วจู่ๆก็กึ้ก คนที่มาด้วยกันถามว่า "เจ๊ อะไรน่ะ" เจ๊ตอบว่า "อ๋อ พี่ถอยรถชนเสาจ้ะ"
วันอาทิตย์นี้แล้วสิ July 07 What a story!หวัดดีจ้ามิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย หลังจากทิ้งวงการไปนับเดือน วันนี้ชุกลับมาแว้วววววววววว
บทสนทนาระหว่างคุณครูหนุ่ม(เกือบหล่อ)กับนักศึกษา (ตาปรือๆงงๆ
คุณครู: เอาละครับ คำถามข้อนี้ตอบว่าไง
นักศึกษา: @*&%#@&% (แปลได้ว่า งง ไม่รู้ ไม่เข้าจายยยยยยยยยยยย)
สิบนาทีผ่านไป...
นักศึกษา: (ตอบไปด้วยอาการหวั่นๆ)
คุณครู: (ถอนหายใจเฮือกใหญ่) แม่ง...กว่าจะตอบ
โอ้ว คุณครูขา พูดไรออกไปคะเนี่ย ลืมตัวใช่ป่าว คุณครูออกจะน่ารัก ใจดี
บทสนทนาต่อไปเกิดขึ้นในขณะที่คุณครูสาว(สวย)กำลังอธิบายรายละเอียดวิชาด้วยภาษาอังกฤษอย่างลืมตัวกลัวตาย (แปลว่าพูดๆๆๆๆๆๆๆ) แล้วก็มีเสียงดังลอยๆขึ้นมาว่า...
นักศึกษา: เอ้า เบอะแกแหลงไทยไม่เป็น
(เพื่อนๆและครูหัวเราะกันครืน)
คุณครู: ค่ะ ครูขออธิบายแค่นี้นะ มีคำถามมั้ย
นักศึกษา (คนเดิม): งื่อ เบอะแกแหลงไทยได้
(คุณครูขำกลิ้งอยู่ที่พื้นแล้วค่ะตอนนี้)
บทสนทนาสุดท้ายของวันนี้เกิดขึ้นในขณะที่คุณครูสาว(สวย)อีกคนกำลังสั่ง assignment
คุณครู: Where did you meet your best friend ?
นักศึกษา: I met him in glass.
คุณครู: (งง อะไรกันวะเนี่ย เจอกันในแก้วน้ำ??)
ห้านาทีผ่านไป คุณครูก๊อขำสิคะ แหม้ คิดอยู่ตั้งนาน ที่แท้เค้าอยากบอกว่า I met him in class. แต่ดันพูด"ไม่จั๊ด"ซะงั้น
เอาละ ขอเล่าแค่สามเรื่องละกัน เกรงว่าหากเล่าซะทุกเรื่อง คนอ่านอาจต้องพึ่งศัลยกรรม (ลบรอยเหี่ยวย่น เย็บปากด้วย เพราะหัวเราะจนปากฉีก) May 27 Sunny day...Got up at 7 o'clock this morning. Quite early, right? An hour later, drove to the cafeteria and bought some food. I think I'm getting fatter.
Well, let's talk about the answer to my question last time. The question is "what kind of room has no door or windows?" And the answer is very simple. It is!! Do believe me. Because it's 'mushroom.'
Question: What word in the dictionary is always spelled wrong?
Not difficult again, right? May 18 Where to, madam?Woohoo...it's all done and I'm still alive!
โอ๊ย จะทุ่มนึงแล้วนี่นา หิวจัง เมื่อกี๊เข้าไปอ่านบล็อกเจ๊ก้อง ขำและอึ้งไปพร้อมๆกัน เพื่อนชั้นเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เป็นไรน่ะรึ?? ก๊อตุ้ยนุ้ยไง จ้ำม่ำน่าเตะดีแท้ (คิกๆๆ) ...หมดไปอีกวัน พรุ่งนี้วันเสาร์นี่เนอะ ทำไรดีล่ะ คิดไม่ออก ขอนอนละกัน ถ้ามีกะจิตกะใจ (และกะตังค์)ก็ไป shop อยากซื้อหนังสือ ไอ้ที่มีอยู่ก็แย่งเนื้อที่ว่างๆในห้องไปจะหมดอยู่แล้ว ช่างไม่เจียม อิๆๆ (ด่าตัวเองก็เป็นแฮะ)
ดู๊ ดู กะจะไปเที่ยว อาทิตย์หน้ามรสุมมาซะงั้น ช่างไม่สงสารกันบ้างเล๊ย ใครๆก็ไม่ร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
Question of the day: what kind of room has no door or windows?
แล้วมาดูคำตอบกันรอบหน้านะจ๊ะ วันนี้ขอลา บ๊าย บาย
May 12 I'll always love you...ขอยืมเพลงป้า Whitney Houston มาเป็น topic ของบล็อกคราวนี้หน่อยละกันนะฮ่ะ หวังว่าคงไม่โดนฟ้องร้องค่าลิขสิทธิ์ ช่วงนี้เงินทองเหลือน้อยกะจิดริด
รู้สึกดีมากๆ ที่ Space ของเราเป็นสื่อทำให้ได้รับข่าวคราวจากใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ และลูกศิษย์ที่น่ารักทุกๆคน อยากบอกว่ายังคิดถึงทุกคนเสมอนะคะ แม้ว่าจะไม่เคยได้เจอ ได้คุยกันอีกเลย อยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนบอกถึงความรู้สึก ณ วันนี้ เวลานี้ค่ะ
และนี่คือเสียง ... เสียงเพลงที่มาจากใจ
เธอจะอยู่ที่ไหน ขอจงได้รับรู้
หากเธอมีทุกข์ ร้อนใจตอนที่ฉันไม่อยู่
อยากให้เธอรู้ว่ายังมีฉันยืนอยู่ข้างเธอ
จะยืนอยู่ตรงนี้ จะรอเธอตรงนี้เพื่อเธอคนเดียว
ไม่ว่าทางจะคดเคี้ยว ทางจะลดเลี้ยวเท่าไร
จะนานสักเพียงไหน ยาวนานสักเพียงไหน
จะนาน...นานเท่าไร
ยังคงเก็บเธอไว้ จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ |
|
||||||
|
|